20 สายพันธุ์สัตว์แปลกที่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้ ที่เราอาจไม่เคยรู้จักมาก่อน

บนโลกนี้มีสิ่งมีชีวิตอยู่มากมาย บางตัวเล็ก บางตัวใหญ่ บางตัวบินได้ บางตัวซ่อนตัวเก่ง บางตัวสวย บางตัวทำเราขนลุก บางตัวสร้างความฮาแก่เราได้ สายพันธุ์สิ่งมีชีวิตที่ได้เอามานำเสนอให้ทุกท่านได้ชมกันนี้ หลายตัวอาจมีคนที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีอยู่บนโลกใบนี้ แต่ละสายพันธุ์นั้นจะแปลกขนาดไหนไปชมกัน

1. Dumbo Octopus [ปลาหมึก ดัมโบ้]

เป็นปลาหมึกน้ำลึก มีขนาดเมื่อโตเต็มวัย ประมาณ 20 เซ็นติเมตร สามารถค้นพบได้ทุกมหาสมุทร มีร่างกายอ่อนนุ่ม และกึ่งโปล่งใส มีครีบขนาดใหญ่ สองอันบนร่างกาย พังผืดยึดระหว่างหนวด รเคลื่อนที่ โดยใช้ครีบ และขยับหนวด ดันน้ำเข้าสู่ช่องดูดน้ำ เพื่อผลักดันน้ำออกมาเป็นไอพ่น พวกมันสามารถว่ายน้ำลอยขึ้นเหนือท้องทะเลได้เล็กน้อยเพื่อมองหาเหยือ จำพวก หอยทาก หนอน อื่นๆ

2. Patagonian Mara [พาตาโกเนียนมารา]

เป็นสัตว์ประเภทฟันแทะ พบเฉพาะในประเทศอาร์เจนตินาเท่านั้น อบอาศัยอยู่ในภูมิประเทศทุ่งกว้าง ที่มีพุ่มไม้ขึ้นกระจัดกระจายตลอดจน พื้นที่กึ่งทะเลทรายในแหลมวัลเดส ซึ่งเป็นมรดกโลก เป็นสัตว์หากินกลางวัน กินพืช หญ้า และผลไม้เป็นอาหาร พาตาโกเนียนมารา เมื่อได้คู่จะอยู่กับคู่ไปตลอดชีวิตอยู่รวมกันเป็นกลุ่มถึง 20 คู่ และช่วยดูแลลูกของตัวอื่นด้วย

3. Naked Mole Rat [ตุ่นหนูไร้ขน]

เป็นสัตว์ไร้ขน มีผิวสีชมพู มีรอยเหี่ยวย่น อยู่อาศัยใต้พื้นดิน โดยการขุดอุโมงค์โดยใช้ฟันหน้า มีรูปร่างลักษณะคล้ายกับพวกตัวตุ่น และมีผิวหนัง หาง คล้าย หนู และสี่งที่ทำให้พวกมันได้รับตำแหน่ง ยอดนักขุด ก็เนื่องจาก พวกมันสามารถขุดอุโมงค์ใต้ดินที่อาจจะกินอาณาบริเวณมากถึง 6 สนามฟุตบอล อุโมงค์ใต้ดินจะถูกเชื่อมโยงกันเป็นโครงข่าย ภายในอุโมงค์จะมีอุณหภูมิค่อนข้างคงที่อยู่ที่ 30 องศาเซลเซียส แบ่งเป็นหลายห้อง มีทั้งห้องเก็บอาหาร ห้องนอน ห้องขับถ่าย ห้องเลี้ยงลูกอ่อนและที่นี้ก็เป็นที่อยู๋ของนางพญาตุ่น

4. Irrawaddy Dolphin [โลมาอิรวดี]

เป็นโลมาชนิดหนึ่ง มีลักษณะเด่นคือ หัวที่มนกลมคล้ายบาตรพระ ลำตัวสีเทาเข้ม แต่บางตัวอาจมีสีอ่อนกว่า ตามีขนาดเล็ก ปากอยู่ด้านล่าง ครีบข้างลำตัวแผ่กว้างเป็นรูปสามเหลี่ยม ครีบบนมีขนาดเล็กมาก มีรูปทรงแบนและบางคล้ายเคียว มีการกระจายอย่างกว้างขวางในมหาสมุทรแปซิฟิก, มหาสมุทรอินเดีย, อ่าวไทย มักพบเข้ามาอยู่ในแหล่งน้ำกร่อยและทะเลสาบหรือน้ำจืด เช่น บริเวณปากแม่น้ำ โลมาอิรวดีบางกลุ่มอาจเข้ามาอาศัยอยู่ในแม่น้ำสายใหญ่ ๆ ด้วย เช่น แม่น้ำโขง และทะเลสาบเขมร ในปี พ.ศ. 2459 มีรายงานว่าพบอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย

5. The Gerenuk [แอนทิโลปคอยีราฟ]

จัดเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่อยู่ในสกุล Litocranius มีลักษณะเด่นคือ มีคอยาวและขายาวกว่าชนิดอื่น ๆ ซึ่งคำว่า “เกรินุก” นั้นมาจากคำในภาษาโซมาเลีย หมายถึง “คอยีราฟ” เพราะเกรินุกมีพฤติกรรมการกินอาหารที่แปลก คือ มักจะยืนบนสองขาหลัง ทำให้สามารถยืดคอขึ้นไปกินใบไม้ที่อยู่สูงขึ้นไปเหมือนยีราฟ ส่วนสองขาหน้าจะใช้เกาะกิ่งไม้ไว้

6. Dugong [พะยูน]

พะยูนมีรูปร่างคล้ายแมวน้ำขนาดใหญ่ที่อ้วนกลมเทอะทะ ครีบมีลักษะคล้ายใบพาย ซึ่งวิวัฒนาการมาจากขาหน้าใช้สำหรับพยุงตัวและขุดหาอาหาร ไม่มีครีบหลัง ไม่มีใบหู ตามีขนาดเล็ก ริมฝีปากมีเส้นขนอยู่โดยรอบ ตัวผู้บางตัวเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นจะมีฟันคู่หนึ่งงอกออกจากปากคล้ายงาช้าง ใช้สำหรับต่อสู้เพื่อแย่งคู่กับใช้ขุดหาอาหาร ในตัวเมียมีนมอยู่ 2 เต้า ขนาดเท่านิ้วก้อย ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร อยู่ถัดลงมาจากขา คู่หน้า สำหรับเลี้ยงลูกอ่อน มีลำตัวและหางคล้ายโลมา สีสันของลำตัวด้านหลังเป็นสีเทาดำ หายใจทางปอด จึงต้องหายใจบริเวณผิวน้ำ 1-2 นาที อายุ 9-10 ปี สามารถสืบพันธุ์ได้ เวลาท้อง 9-14 เดือน ปกติมีลูกได้ 1 ตัว ไม่เกิน 2 ตัว

7. The Babirusa [บาบิรูซ่า]

ถิ่นกำเนิดพบที่เกาะบอร์เนียว อินโดนีเซีย ลักษณะจะคล้ายๆหมูทั่วๆไป ไม่มีขน มีเขียว 2คู่ (เขี้ยวคู่ที่ 2 จะขึ้นบริเวณเหนือจมูก ) ชอบอาศัยอยู่ในโคลน หนองน้ำ เคลื่อนไหวได้เงียบมาก ออกลูกคอกละ 1-3ตัว กินพืชเป็นอาหาร มันแตกต่างจากหมูชนิดอื่นตรงที่ มีระบบย่อยอาหารเหมือนวัว-ควาย จึงสามารถย่อยเส้นใยได้ดี

8. Lamprey [ปลาแลมป์เพรย์]

ปลาแลมป์เพรย์ทะเล มีความยาวเต็มที่ได้ถึง 125 เซนติเมตร น้ำหนักได้ถึง 2.5 กิโลกรัม นับเป็นปลาแลมป์เพรย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีลำตัวยาวคล้ายปลาไหล ลำตัวเรียบลื่นไม่มีเกล็ด มีลักษณะเด่นคือ ปากเป็นวงกลมไม่มีขากรรไกรหรือกราม ภายในปากเต็มไปด้วยฟันคมขนาดเล็กจำนวนมาก เรียงเป็นแถวไปตามวงกลมของปาก ภายในปากมีอวัยวะพิเศษคล้ายท่อ ใช้สำหรับดูดเลือด มีสีลำตัวตั้งแต่สีฟ้าจนถึงสีดำเทา มีดวงตาขนาดเล็ก และมีซี่กรองเหงือกข้างละ 7 แถว

9. The Fossa [ฟอสซา]

พบได้บนเกาะมาดากัสการ์เท่านั้น ที่นั่นพวกมันเป็นสัตว์บกกินเนื้อที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร สัตว์ชนิดนี้มีหน้าเหมือนแมว มีขนาดเท่ากับสุนัขพันธุ์สแปเนียล และเป็นญาติห่างๆ ของพังพอน ลองนึกภาพสัตว์ที่เป็นส่วนผสมระหว่างเสือพูมา กับ ตัวนากยักษ์ ซึ่งกระโดดไปตามกิ่งไม้เหมือนกระรอกได้ด้วย

10. Star-Nosed Mole [ตุ่นจมูกดาว]

ตุ่นจมูกดาว มีลักษณะทั่วไปคล้ายกับตุ่นชนิดอื่น ๆ แต่มีส่วนหางยาว โดยลักษณะเฉพาะตัวที่ดูโดดเด่น คือ เส้นขนที่จมูกที่บานออกเป็นแฉก ๆ คล้ายดาว ซึ่งทำหน้าที่เป็นประสาทสัมผัส 22 เส้นอยู่รอบรูจมูก โดยมีปลายสัมผัสที่เส้นขนเหล่านี้มากมายราวถึงหนึ่งแสนจุด ตุ่นจมูกดาว อาศัยอยู่ในบริเวณที่ราบลุ่มชื้นแฉะ ในบริเวณภาคตะวันออกของทวีปอเมริกาเหนือระหว่างแคนาดาและสหรัฐอเมริกา โดยพบไปถึงชายฝั่งทะเลในรัฐจอร์เจีย

11. Sunda Colugo [บ่างหรือพุงจง]

สัตว์ตระกูลเดียวกับลิงลม แต่หน้าตาคล้ายกับกระรอก เพราะมีโครงหน้าแหลมหูสั้น ตากกลมโต อีกทั้งยังมีพังผืดเชื่อมต่อระหว่างขาทั้ง 4 ข้าง ทำให้สามารถโผบินได้อย่างสบาย แถมเอกลักษณ์ที่สามารถสังเกตเห็นได้ชัดคือ ขนสีน้ำตาลแดงที่มาพร้อมกับจุดขาวเล็ก ๆ ทั่วทั้งลำตัว โดยส่วนใหญ่มักจะออกหากินในเวลากลางคืนเท่านั้น

12. Zebra Duiker [ดุยเกอร์ลาย]

จัดอยู่ในประเภทสัตว์กีบมีลักษณะคล้ายกับกวาง แต่แตกต่างที่บริเวณด้านหลังของดุยเกรอ์ลายจะมีแถบเส้นสีดำพาดผ่านสลับกับขนสีแดงน้ำตาลแบบเดียวกับม้าลาย โดยเพศผู้จะมีเขางอกออกมาประมาณ 4.5 เซนติเมตร ส่วนเขาของตัวเมียจะมีความยาวเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น พวกมันชอบอาศัยอยู่ในพื้นที่ต่ำของป่าดิบชื้นและกินใบไม้กับผลไม้เป็นอาหาร

13. Yeti Crab [ปูเยติ]

สาเหตุที่ได้ชื่อว่า ปูเยติ เพราะเปลือกด้านนอกของมันถูกปกคลุมด้วยขนสีขาวปุกปุยไปทั่วทั้งตัว คล้ายกับมนุษย์วานรแห่งยอดเขาหิมาลัยนั่นเอง ปูประเภทนี้ไม่ได้พบเห็นกันง่าย ๆ เพราะอาศัยอยู่ในน้ำลึกกว่า 1,250 เมตร ในมหาสมุทรแฟซิฟิก บริเวณเขตน่านน้ำเขตประเทศชิลีห่างออกไปทางตอนใต้จากเกาะอีสเตอร์ราว 1,500 กิโลเมตรจากฝั่ง

14. Superb Bird of Paradise [นกปักษาสวรรค์]

นกในตระกูลเบิร์ดออฟพาราไดซ์ที่มีความสวยงามและน่าทึ่งไม่น้อย เพราะหากมองตรง ๆ แทบไม่รู้เลยว่าตรงไหนหัวตรงหาง มีเพียงดวงตาสีขาวกับขนแถบสีเขียวโผล่ออกมาจากกลุ่มขนสีดำเท่านั้น เอาไว้ใช้ดึงดูดเพศเมียในช่วงฤดูผสมพันธุ์ พบมาในป่าทึบของนิวกินี กินผลไม้และแมลงเป็นอาหารหลัก

15. Blob Fish [ปลาบร็อบ]

ปลาหน้าบึ้งตัวหยุ่นซึ่งอาศัยอยู่ในน้ำลึกที่มีแรงดันมากกว่าปกติถึง 12 เท่า ทำให้เนื้อมีลักษณะคล้ายวุ้น มีความหนาแน่นน้อย เพื่อให้สามารถว่ายน้ำเหนือพื้นทะเลได้ ส่วนวิธีจับเหยื่อก็คือ ลอยตัวอยู่พื้นแล้วทิ้งตัวลงมาทับเห็นง่าย ๆ แบบนี้แต่ได้ผลดีมาก เพราะหากจู่โจมเข้าไปตรง ๆ มีโอกาสที่มันจะได้รับอันตรายมากกว่า

16. Cantor’s Giant Soft Shelled Turtle [ตะพาบหัวกบ]

วงลำตัวกับขาไม่ต่างจากตะพาบทั่วไป ยกเว้นส่วนหัวที่มีลักษณะเล็กสั้น คล้ายกับกบ สำหรับขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยมีการค้นพบ อยู่ที่ประมาณ 120 เซนติเมตร ถึงแม้จะเห็นมันดูนิ่ง ๆ แต่ที่จริงตะพาบพันธุ์นี้กลับมีนิสัยดุร้ายส่วนใหญ่จะฝังตัวอยู่ในพื้นทรายใต้น้ำ เพื่อรอเหยื่อผ่านมา

17. Gobi Jerboa [หนูเจอร์บัว]

หนูผสมจิงโจ้อาศัยอยู่ในทะเลทรายของประเทศมองโกเลียและจีน มีความยาวตลอดลำตัวเพียงแค่ 15-16 เซนติเมตร และสามารถกระโดดได้ไกลถึง 3 เมตร ส่วนขาหน้าเอาไว้หยิบจับอาหาร กับใบหูยาว ๆ ที่มีไว้สำหรับจับคลื่นเสียง โดยเวลาปกติจะฝังตัวอยู่ชั้นใต้ดินของพื้นทราย โดยจะออกมาหากินเฉพาะเวลากลางคืนเท่านั้น

18. Pink Fairy Armadillo [แฟรีอาร์มาดิลโลเล็ก]

อาร์มาดิลโลที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ส่วนท้ายลำตัวมีแผ่นปิดอยู่เป็นแผงขนยาว ส่วนหางสั้น มีเกราะหุ้มตัวเฉพาะแค่ด้านหลัง ขณะที่ด้านข้างและด้านล่างลำตัวเป็นขนอ่อนนุ่มสีชมพู มีกรงเล็บหน้าที่แหลมคม โดยเฉพาะตีนหน้า อาศัยอยู่เฉพาะแถบตะวันตกของประเทศอาร์เจนตินา โดยอาศัยในพื้นที่แห้งแล้งแบบทะเลทรายเท่านั้น

19. Aye-aye [อาย-อาย]

ชื่อสกุลตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ หลุยส์-ฌอง-มารี-เดอเบนทัน นักธรรมชาติวิทยาชาวฝรั่งเศส ที่ศึกษา อาย-อาย เป็นบุคคลแรก (ดีนะที่ไม่ศึกษาตัวเงิน-ตัวทองเป็นบุคคลแรก) คำว่า “อาย-อาย” มาจากเสียงร้องเรียกหากันของชาวตะวันตก ที่ออกเสียงว่า “เฮ้-เฮ้” นั่นเอง

20. The Maned Wolf [หมาป่าเคราขาว]

หมาป่าเคราขาวมีลักษณะโดยผิวเผินคล้ายคลึงกับหมาจิ้งจอก แต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก โดยสูงถึงสามฟุตนับจากเท้าถึงหัวไหล่ เพราะมีช่วงขาที่ยาวทำให้การมองเห็นได้ดีเมื่อต้องอยู่ในทุ่งหญ้าหรือที่รกชัฏ หมาป่าเคราขาวกินผลไม้และพืชอีกหลายชนิดไม่แพ้เนื้อสัตว์ หากไม่ได้กินพืช หมาป่าเคราขาวจะเป็นโรคนิ่วได้

ปิดท้ายกันไปด้วย :  Tufted Deer [ทัฟท์ เดียร์]

กวางที่มาพร้อมกับเขี้ยวยาว ๆ ทั้ง 2 ข้าง แต่เรื่องของนิสัยก็ไม่ได้แปลกประหลาดหรือดุร้ายอย่างที่เห็น เพราะ ทัฟท์ เดียร์ เป็นสัตว์ขี้อาย รักสันโดษ ชอบอยู่ตัวเดียวมากกว่าเกาะกันเป็นกลุ่ม แถมออกจะตกใจง่ายด้วยซ้ำ ซึ่งพบสามารถพบเห็น ทัฟท์ เดียร์ ได้บนที่ราบสูงในประเทศจีน

ขอบคุณที่มา : pantip